วันจันทร์ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2552

สวัสดีปีใหม่ 2552

สวัสดีปีใหม่ 2552
อาจจะช้าเกินไปเนื่อจากเราติดภารกิจการสอบMidtermช่วงหลังปีใหม่ (ซึ่งก็ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ^_^)
แต่ยังไงก็ตามแต่ เราก็จะขอสวัสดีปีใหม่ปีนี้ ตามแบบของเราเหมือนเช่นเคย คือย้อนกลับไปมองดูว่าในปีที่แล้วเราได้ทำอะไรไปบ้าง

ช่วงต้นๆปีไม่ค่อยมีข้อมูล ส่วนหนึ่งเพราะจำไม่ได้เนื่องจากเหตุผลหลายอย่างทำให้ไม่ได้จดลง year planar ไว้ ที่จำได้และที่จดไว้คร่าวๆก็มี

- ไป Work & Travel 3เดือน เริ่มที่ Lake Tahoe, California เป็น House Keeping ที่ Resort at Squaw Creek (ตอนแรกที่ไทยว่าจะไม่ทำ แต่พอไปถึงก็ได้ทำจนได้) - -' ประทับใจบรรยากาศที่Lake Tahoe มากๆ อากาศดีสุดๆ ได้เล่นSnow Board ที่มันส์ที่สุดในชีวิต (สนุกจริงๆ)จากนั้นก็เกิดปัญหาในที่ทำงานต่างๆมากมายทั้งการลำเอียงไม่ให้ งานทำ แกล้งให้ทำห้องเยอะๆ และอีกหลายๆอย่าง สุดท้ายก็ไปร้องเรียนจนต้องหาที่ทำงานใหม่ CIEE(คล้ายๆจัดหางานที่นู้น) ก็ให้ย้ายไปทำงานที่สวนสนุก SixFlags Fiesta ที่ Texas ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เงินมากมายจากการทำงานที่นี่ แต่เราก็ได้ประสบการณ์อันมีค่าจากเพื่อนๆที่นู้น Sid Mori และ เพื่อนๆสิงคโปร์ ทำงานอย่างมีความสุข เล่นเครื่องเล่นก็มันส์ ไปเที่ยวlake นั่งเรือ กินข้าว ดูบาสสบ้านMori เป็นประสบการณ์ลำ้ค่าที่ยากจะลืม ถ้าจะให้เล่าที่นี่คงเล่าไม่หมด ต่อด้วยbackpackไปเที่ยวLos Angeles ไปอยู่วัดไทยLos Angelesซึ่งบรรยากาศเหมือนอยู่เมืองไทยไม่มีผิด ไปเที่ยวที่ต่างๆ Universal, Six Flags ไปเยี่ยมเบสที่CalTech ถึงแม้ว่าเราจะเหลือเงินกลับมาเพียงแค่200เหรียญ แต่ก็คุ้มค่ากับประสบการณ์ใหม่ๆที่มีค่ามากกว่าจำนวนเงิน และสุดท้ายนี้ก็จะลืมบุญคุณของหลวงพ่อและพี่ๆที่วัดพุทธานุสรณ์ที่Fremont ไม่ได้ เพราะหลวงพ่อมารับเราตั้งแต่ก้าวแรกที่ลงเครื่องจากอเมริกา พร้อมทั้งให้ที่พัก ที่กิน พาไปเที่ยวฟรีๆจนถึงช่วงหลังๆที่เราเงินหมดกันก่อนจะกลับไป ก็ได้ไปพึ่งบารมีหลวงพ่ออีกครั้ง ขอบคุณครับ

กรกฎาคม
- บรรยาย HomeComingDay@Mwit พร้อมด้วย Video Episode ใหม่ภาคต่อจากคราวที่แล้ว แต่ครั้งนี้ค่อนข้างแป๊กเพราะอัดเสียงมาไม่ดี
- Picnic ห้อง 7 ที่สวนรถไฟ เจอเพื่อนๆห้อง7ที่ไม่ได้เจอกันมานาน ทั้งหญิงที่กลับมาจากเมกา และคนอื่นๆที่แยกย้ายกันไปเรียนหลายๆที่
- ถ่ายPortrait N'Claire ครั้งแรกฝีมือยังอ่อนอยู่ ภาพเลยออกมาไม่ดีนัก
- ถ่ายรูปงานรับปริญญาพี่แพม พี่สาวของชิน เป็นการรับงานแรกของเราเหนื่อยแต่ก็ผ่านพ้นด้วยดี

สิงหาคม
- ค่าย TeaCup ตลับไม้ขีด ที่ Mwit ศาลายา กับเพื่อนๆTS49 ที่กลับมาจากต่างประเทศ ระดมความคิดกันไปเยอะแต่ต้องติดตามต่อไปว่าจะเป็นยังไงต่อไป ทุกๆคนก็ต้องช่วยกันเพื่อก้าวให้ไปถึงจุดที่พวกเราอยากจะเห็นกันให้ได้
- ขายน้ำงานรับปริญญาที่ท่าพระจันกับเพื่อนๆTC สนุกดีและรายได้ถล่มทลายจากฝีมือทุกๆคน
- ไปงานเลี้ยงฉลองให้กับนักวิทยาศาสตร์ดีเด่น ได้แนวคิดบางสิ่งบางอย่างเพิ่มขึ้น
- รับน้องTC ที่จันทบุรี สนุกดี แต่เป็นวันที่เราได้รู้เรื่องอะไรบางอย่างทำให้คืนนั้นเมาปลิ้นเลย ตั้งเป้าหมายว่าอีก1เดือนเราต้องทำอะไรซักอย่าง
- สอบTU-GET ได้ 500คะแนน ไม่ผ่าน!!!!

กันยายน
- ไปดูคอนเสิร์ตสนามเด็กเล่น ที่ธรรมศาสตร์ท่าพระจัน ^______^ เป็นวันที่มีความสุขมากที่สุดวันหนึ่งเลยทีเดียว...
- งานเกษียณอ.สุชาติ คิดถึงอาจารย์คับ
- หลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้นมากมายในเดือนที่มีวันเกิดเรา ขอให้ความทรงจำดีๆที่เกิดขึ้นที่มีคงอยู่ต่อไป...

ตุลาคม
- สอบ IAESTE ไม่ติด!!!
- 12/10/51 ได้รู้คำตอบของหลายสิ่งหลายอย่างที่ไม่เคยรู้และไม่เชื่อกับสิ่งที่เกิดขึ้น...
- สัมนาสกว.ที่หัวหิน ได้ประสบการณ์ดีๆมากมาย
- ถ่ายรูปรับปริญญาพีเอมมี่ ย่ารหัสของพี่สาวเราเอง ที่โคราช เดินทางไกลแต่ก็ได้ประสบการณ์แปลกไปอีกแบบ

พฤศจิกายน
- ทำงานคอนเสิร์ต Jim Brickman สนุกดีไม่เคยทำงานอย่างงี้มาก่อน
- เปิดBooth ลอยกระทงขายของที่จุฬากะเพื่อนTC สนุกดีแต่ก็เท่าทุนไม่มีกำไร เพราะรถติด ไปสาย
- สมัครWein-garten แต่ก็เรียงเกรด ไม่ได้ไป
- สมัครฝึกงานDtac ติดไปสัมพาษณ์รอบสอง แต่งานไม่ค่อยตรงสายกับที่เราเรียนเลยตอบเลี่ยงๆไป
- ไป Photo Trip ที่ กาญจนบุรี รู้จักเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ชมรมphoto มากมาย ^^

ธันวาคม
- งานEE-Night จัดโดยรุ่นน้อง ผ่านไปด้วยดี จบลงที่กำ้กึ่งเช่นเดิม
- ไปดูงาน Street Performance ที่สวนลุมกะพี่สาว จัดได้ดีมากแต่คนก็เยอะมากเช่นกัน
- สอบTU-GET อีกรอบ ในที่สุดก็ผ่าน ได้ 580 คะแนน ^__^

มองย้อนกลับไปดูชีวิตของเราในปีที่ผ่านมานี้ก็ไม่ได้มีอะไรสวยหรูมากมายนัก
ความสำเร็จที่น่าประทับใจก็มีอยู่ไม่มาก จะมีแต่ความทรงจำที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเราซะมากกว่า
แต่ไหนๆก็เขียนมาถึงตรงนี้ ขอจัดอันดับเรื่องราวในปีนี้ซะเล็กน้อย

ประทับใจ+คุ้มค่า+ได้ประสบการณ์ที่สุดที่สุด: คงจะเป็นการไป
Work and Travel ที่อเมริกา

ผิดหวังที่สุด: คงเป็นหลายๆอย่างที่เราไม่ค่อยประสบความสำเร็จในปีนี้

ดีใจที่สุด: คงเป็นการไปดูคอนเสิร์ตสนามเด็กเล่น

คุ้มค่าสุด: คงเป็นเรื่องราวอันมากมายที่ เกิดขึ้นในวันเกิดของเรา 29ก.ย.ในปีนี้
จะไม่เสียใจกับทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้


สุดท้ายนี้ก็คงต้องเก็บเรื่องราวอันมากมายในปีที่ผ่านพ้นไปนี้
อยู่ในความทรงจำอันสวยงามของเรา

และทำปี2552ที่พึ่งมาถึงให้เป็นปีที่ยอดเยี่ยมที่สุดของเราปีหนึ่งให้ได้
เราขอสัญญา

ขอให้เราและทุกๆคนที่อ่านมาถึงตอนจบนี้โชคดี

(,")(",)

วันอาทิตย์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

ท้อได้แต่อย่าถอย

ในช่วงระยะเวลาไม่นานที่ผ่านมานี้
หลายสิ่งหลายอย่างในชีวิตเรา
ไม่เป็นเหมือนที่คาดหวังเอาไว้
ทั้งเรื่องการเรียน การฝึกงาน และหลายๆอย่าง - -"
...
แต่เราก็ยังคงต้องก้าวเดินต่อไปอยู่ดี
สุดท้ายนี้
ขอหยิบคำพูดของ คุณสันติ ภิรมย์ภักดี
ผู้ที่พลิกฟื้นสถานการณ์ของบริษัท บุญรอด บริวเวอรี่ ในยุคฟองสบู่แตก
ที่ได้บอกว่า
"ผมยอมรับว่าเราแพ้ แต่เราไม่ยอมแพ้"
(,")(",)

วันศุกร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2551

เมื่อฟ้าสีทองผ่องอำไพ เราจะได้เป็นใหญ่ในแผ่นดิน...


ฤดูที่แตกต่าง feat. นภ พรชำนิ -



...อดทนเวลาที่ฝนพรำ
อย่างน้อยก็ทำให้เราได้เห็นถึงความแตกต่าง
เมื่อวันเวลาที่ฝนจาง
ฟ้าก็คงสว่างและทำให้เราได้เข้าใจ
ว่ามันคุ้มค่าแค่ไหนที่เฝ้ารอ...


ทุกคนๆคงจะคุ้นเคยกันดีกับเพลงฤดูที่แตกต่าง
เป็นเพลงที่ให้แง่คิดที่ดีๆในการดำเนินชีวิตของเรา
เมื่อเจอะเจอปัญหาครั้งใดเพลงนี้มักจะใช้เป็นกำลังใจเราได้อยู่เสมอๆ
ชีวิตของคนเราก็คงเหมือนกับฤดู ที่มีฝนตก มีฝนซา มีฟ้าใส

แต่

เดี๋ยวนี้สภาพแวดล้อมเปลี่ยนไปมากมาย
เราเคยลองสังเกตสภาพฝนฟ้าในกรุงเทพดูมั๊ย
เกิดมาพึ่งเคยพบเคยเจอ
วันนึงเจอฝนตกไปห้ารอบ
พอฝนชุดแรกหยุด ฟ้ายังไม่ทันใส
ฝนชุดที่สองก็ตกลงมาอีก
พอฝนชุดที่สองหยุดเราก็ออกเดินทางไปจุฬา
ฝนชุดที่สามดันมาตกขณะเดินทาง
พอฝนหยุด เลยไปตัดผมที่สวนลุมไนท์
ตัดๆอยู่ฝนตกมาเป็นรอบที่สี่
พอกลับมาบ้านจะเข้านอนฝนเจ้ากรรมก็ตกมาอีกรอบ
สรุปแล้ววันนึงฝนตกไปห้ารอบ
ยังไม่เห็นฟ้าใสและแสงแดดในวันนี้เลย...

เราสังเกตเห็นอะไร

เราไม่ได้กำลังจะมารณรงค์เรื่องโลกร้อน (เพราะเรื่องนี้รู้กันมานานแล้ว)
เราไม่ได้กำลังตัดพ้อชีวิต
เราไม่ได้หาสถานการณ์มาขัดแย้งความหมายของเพลง
เพราะเราก็เชื่อมั่นว่าสิ่งต่างๆมันต้องเป็นอย่างน้ั้น

แต่

เรากำลังมาให้กำลังใจตัวเอง
เรากำลังจะบอกตัวเองว่า
ไม่ว่ายังไงก็ตามหลังฝนตกฟ้าจะต้องใสเสมอ
แต่ตามสภาวะปัจจุบันทำให้หลายๆสิ่งเปลี่ยนแปลงไป
ฟ้าอาจจะยังไม่ใสในทันทีทันใด
แต่ยังไงแล้ว ไม่วันนี้ ก็พรุ่งนี้ ก็อาทิตย์นี้ฟ้าจะต้องใสและมีแสงแดดแน่นอน

เพราะฉะนั้น
เมื่อเป็นดังนี้แล้ว
เมื่อไหร่ที่เราเจอปัญหา
เราคิดว่ามันต้องดีขึ้น
แต่มันก็ดันแย่ลงอีก
เราคิดว่ามันแย่ที่สุดแล้ว
แต่มันก็ยังแย่ไปได้อีก
ยังไงๆก็ตาม
ซักวันหนึ่ง
มันจะต้องดีขึ้น
และวันนั้น
.
.
.
เมื่อฟ้าสีทองผ่องอำไพ
เราจะได้เป็นใหญ่ในแผ่นดิน

*(^o^)*(",)

วันจันทร์ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2551

สุขสันต์วันเกิดอีกที 20ปีแล้วนะเรา...

วันนี้เป็นวันเกิดของเราเอง 29 กันยา

วันนี้มีเรื่องราวมากมายผ่านเข้ามาในชีวิตเรา

เป็นวันนึงที่เราได้ทำอะไรตามใจตัวเองจริงๆซะที

เริ่มตั้งแต่ตื่นเช้าหกโมงไปตักบาตรพระ3รูปกะอาม่าที่ตลาดใกล้ๆบ้าน

กลับมากรวดน้ำแผ่ส่วนบุญ ละก็ไหว้พระ สวดมนต์ นั่งสมาธิที่บ้านอีกซักหน่อย

สายๆหน่อยออกไปเซนทรัลพระราม3 เอามือถือไปซ่อม แต่พอถึงร้านซ่อมแล้วมันไม่พัง

เลยไปร้านกล้องซื้อของขวัญให้ตัวเองซักชิ้นนึง

จากนั้นซักเที่ยงๆไปสภากาชาดบริจาคเลือด เลยได้ทำบัตรพิเศษซึ่งจะได้เฉพาะ

คนที่มาบริจาคเลือดในวันเกิดเท่านั้น(พึ่งรู้เหมือนกัน)

ซักบ่ายสองไปบ้านชินเอารูปถ่ายวันรับปริญญาไปส่ง

บ่ายสองแก่ๆนั่งรถไปปากคลองตลาดหาซื้อดอกไม้สวยๆซักดอกหนึ่ง

เลือกอยู่นานได้มาเป็นดอกกุหลาบสีชมพูบานกำลังสวยสะพรั่งมาก

กลับมาบ้านชินเอารถออกไปวังพญาไท

คิดไปคิดมา

วันนี้เราทำทุกอย่างที่อยากทำในวันเกิดครบไปแล้ว

เหลืออยู่อีกอย่างเดียวที่อยากทำ

คือการบอกรักคนที่เรารัก

จากนั้นก็ไม่รอช้ารีบเดินทางไป

ละก็ทำสิ่งที่อยากทำจนครบ

...

..

.

จากนี้ไปก็ไม่รู้เหมือนกันว่าอะไรจะเกิดขึ้น

และเราควรทำอะไรต่อไป

รู้แต่เพียงว่า

เราได้ทำสิ่งที่ดีที่สุดลงไปแล้วในวันนี้

ก็เท่านั้นเอง

ขอให้เราโชคดี

(,")(",)

ป.ล.อีกห้านาทีจะผ่านพ้นวันเกิดไป จะมีอะไรเกิดขึ้นอีกรึป่าวหว่า?

วันจันทร์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2551

นองเลือด (แล้วหรือ)

กำลังจะนอนพอดีได้ข่าวว่าเกิดการปะทะกันแล้ว
ระหว่า นปช. กับ พันธมิตร ในหลายๆแห่ง
เห็นภาพการปะทะกันแล้วรู้สึกเศร้าใจจริงๆ
คนไทยด้วยกันแท้ๆ
ตอนนี้มีผู้เสียชีวิตไปแล้ว 3 ราย
ถ้าทุกๆฝ่ายไม่รีบเคารพและเชื่อมั่นในอำนาจตุลาการซะแต่ตอนนี้
อีกไม่นานต้องเกิดการนองเลือดกันอย่างแน่นอน

ทำไมทุกฝ่ายไม่ใช้การฟ้องร้องและต่อสู้กันอย่างถูกต้องในชั้นศาล
อย่างสงบและไม่เกิดการชุมนุม(ทั้งสองฝ่าย)สร้างความเดือดร้อนให้แก่สังคมส่วนรวม
ถ้าเมื่อไหร่ทุกคนคิดว่าสถาบันศาลโน้มเอียงหรือถูกแรงกดดันจากกลุ่มบุคคลใดๆก็ตามแล้ว
ถ้าเมื่อไหร่ทุกๆคนคิดว่าสถาบันศาลไม่สามารถเชื่อถือได้แล้ว
แสดงว่าเมื่อนั้นประเทศชาติเราล่มจมอย่างไม่มีทางแก้แน่นอน
เพราะเมื่อนั้นเราจะไม่มีสิ่งใดเลยที่จะเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวศีลธรรมอันดีในสังคมของเราเอาไว้
เราจะไม่มีเครื่องควบคุมการกระทำต่างๆในสังคมเราได้
ประเทศไทยล่มจมอย่างแน่นอน
เพราะฉะนั้นเราควรเชื่อมั่น และยึดถือในสถาบันศาล
และใช้การต่อสู้อย่างสงบและถูกต้อง

ป.ล.1 ไม่อยากเห็นคนไทยทำร้าย เข่นฆ่ากันเองอีกต่อไปแล้ว
ป.ล.2 อารยะขัดขืน คือ การตั้งใจกระทำการสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่ขัดต่อหลักกฎหมาย และยอมรับต่อผลการกระทำที่เกิดขึ้นอย่างสงบ

".. การที่ข้าพเจ้ามิได้ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่นั้น มิใช่เพราะข้าพเจ้าไม่เคารพกฎหมายบ้านเมือง แต่เป็นเพราะข้าพเจ้าต้องการปฏิบัติตามคำสั่งที่สูงยิ่งไปกว่านั้น นั่นคือคำสั่งแห่งความรู้สึกผิดชอบชั่วดีของข้าพเจ้าเอง..." มหาตมะ คานธี

วันศุกร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2551

ประเทศไทย รวมเลือดเนื้อ ชาติเชื้อไทย....

"
หมอบลง...พี่น้องทุกคน หมอบลงครับ
ตู้ม!!! หมอบลงครับ ตุ้ม!!!! นอนราบกับพื้นเลยครับ
ตู้ม!!! ใครมีผ้า เอาชุบน้ำปิดมือปิดจมูกไว้นะครับ
"
.
.
.
ผมไม่รู้หรอกครับว่าคำพูดเหล่านี้ได้ถูกประกาศในเหตุการนองเลือดครั้งก่อนหน้าทุกๆครั้งหรือไม่
เพราะผมเกิดไม่ทัน เลยไม่ได้เห็นด้วยตาและฟังด้วยหูของตัวเอง
แต่วันนี้ผลได้เห็นและได้ยินจากสื่อที่ออกมาครับ
.
.
แล้วไง

รายงานข่าวด่วน___________________________________รายงานข่าวด่วน

ขณะนี้ได้เกิดกลุ่มควันสีขาวไม่ทราบที่มา
ขณะนี้ได้เกิดกลุ่มแก๊สน้ำตาที่ถูกยิงออกมา
บริเวณหน้าบชน.กลางกลุ่มชุมนุมพันธมิตรครับ
ถูกพรรคพวกพี่น้องประชาชนผู้บริสุทธิ์ของเราครับ
ภายในรั้วเรามีแต่กองกำลังตำรวจที่มีแค่โล่และกระบองครับ
พรรคพวกของเราภายนอกมีจำนวนน้อยครับเราจึงถูกรังแก
ไม่มีตำรวจนายใดพกพาอาวุธปืนครับ ถ้าจะมีก็เพียงแต่กระสุนยางเท่านั้น
ไม่มีใครพกพาอาวุธเพียงพอที่จะทำร้ายใครได้ครับ เรามาด้วยสันติ
ตำรวจระบุว่าต้นเหตุน่าจะมาจากกลุ่มมือที่สามนะครับ
พี่น้องครับ ตำรวจมันรังแกประชาชนเราอีกแล้วครับพี่น้องครับ
.
.
.
ผมควรจะเชื่อข่าวไหนดีครับ
ในตอนนี้สงครามที่เกิดขึ้นอีกอย่างหนึ่งคือสงครามข่าวสารและสื่อ
สื่อฝ่ายรัฐบาลพูดอย่างหนึ่ง
สื่อของฝ่ายต่อต้านพูดอีกอย่างหนึ่ง
อะไรคือความจริง
.
.
.
ที่กล่าวมาเป็นตัวอย่างหนึ่งที่แสดงถึงว่าในปัจจุบันนี้
จริงแล้วยังมีอีกหลายเหตุการทั้งยึดสนามบิน ยึดNBT ฯลฯ
รวมถึงประด็นหลักใหญ่ๆที่ถูกเอามาโจมตีกัน
คุณจะเชื่อได้อย่างไรว่าข้อมูลที่คุณรู้เป็นความจริง
ข้อมูลโจมตีรัฐบาลของฝ่ายต่อต้านจะเป็นจริงหรือไม่ ถูกนำมาพูดบางส่วนหรือไม่
ข้อมูลแก้ตัวของทางรัฐบาลจะเป็นจริงหรือไม่ ถูกบิดเบือนหรือสร้างภาพหรือไม่
.
.
.
ผมไม่รู้ว่าคุณเป็นอย่างผมหรือไม่
แต่ผมเป็นคนหนึ่งที่เมื่อ
ดูASTV: เออหวะเค้าก็พูดถูกรัฐบาลแม่งเลวจริงๆ ทำไมทำอย่างงี้วะ >*<
ดูNBT+ฟังนายกสมัครพูด: พันธมิตรมันต้องการอะไรกันแน่ ต้องรอให้ชาติล่มจมมากกว่านี้เหรอไง...
ต่างฝ่ายต่างใช้จิตวิทยามวลชนเข้าใส่ประชาชน
โดยทำให้คนส่วนใหญ่มองข้างข้อมูลที่แท้จริงไป
ผมไม่ได้บอกว่ารัฐบาลถูก หรือ พันธมิตรถูก
ผมไม่ได้บอกว่าคนที่ไปพันธมิตรถูกหลอก หรือ คนที่อยู่บ้านโดนรัฐบาลหลอก
ผมแค่สับสนว่าข้อมูลจริงๆที่ผมควรรู้มันคืออะไรกันแน่
.
.
.
***ต่อไปนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัว(โปรดใช้วิจารณญาณ)***
.
ตัวผมเองเชื่อถือในแนวความคิดท่านพุทธทาสที่ว่า
"จงอย่าพลิกโลก เพียงพลิกใบไม่ทีละใบโลกทั้งใบก็จะพลิกเอง"
ผมมองว่าการกระทำของพันธมิตรเป็นการพลิกโลก
บางคนอาจจะเถียงว่าถ้ารอพลิกใบไม้ทีละใบกว่าโลกจะพลิกใบไม้ใบแรกก็เน่าเปื่อยไปแล้ว
แต่ถ้าเราพลิกโลกผลก็จะออกมาอย่างที่เห็นยังไงหละ
ผมยอมรับว่ารัฐบาลก็มีส่วนที่ไม่ดี แต่การกระทำของพันธมิตรก็ไม่ถูก
เมื่อมาถึงในสถานการณ์อย่างปัจจุบันนี้ไปแล้ว (0.45น. - วันที่30/8/51)
ผมคิดไม่ออกเลยว่าเหตุการณ์นี้จะจบลงอย่างWin-Winอย่างไร
ถ้ารัฐบาลใช้กำลังเมื่อไหร่ รัฐบาลแพ้
พันธมิตรสลายตัวเมื่อไหร่พันธมิตรแพ้
ขณะที่รัฐบาลซื้อเสียงจริง
พันธมิตรก็ยังคงซื้อคนมาฟังจริง
เราจะทำกันอย่างไร?
รัฐบาลใช้กำลัง,ใช้อำนาจเกินควร(รึป่าว?)ก็ไม่ถูก
พันธมิตรบุกยึดสนามบิน/ทำเนียบ/ที่ราชการ/สถานีโทรทัศน์(รึป่าว?)ก็ไม่ถูก
.
ผมยอมรับว่าสังคมที่พันธมิตรต้องการจะให้เป็น
คือสังคมอุดมคติ ไม่มีการคอรัปชั่น ทุกอย่างพัฒนา
เป็นสิ่งที่ดีมาก ผมก็อยากให้มันเป็น
แต่เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าหลังจากพันธมิตรชนะทุกอย่างจะเป็นอย่างนั้น
ถ้ามันไม่เป็นอย่างนั้นหละ?
เราก็ต้องเกิดพันธมิตรภาคสองต่อไป เพราะมันเคยชนะมาแล้ว
ถ้ามันยังไม่ดีหละ?
พันธมิตรภาคสามก็อาจจะเกิดขึ้น เพราะเคยชนะมาสองครั้ง
วนเป็นวงจรอุบาทว์ไม่มีวันจบ
.
.
Q: มันจะจบได้อย่างไร?
A: เมื่อมีคนดีจริงๆมาปกครองประเทศ
Q: เราจะได้คนดีรัฐบาลดีจริงมาปกครองได้อย่างไร?
A: เมื่อไม่มีคนรับเงินซื้อเสียง ทุกคนเลือกตั้งจากความต้องการที่แท้จริง
Q: รัฐบาลจะเสถียรได้อย่างไร?
A: เมื่อรับเงินมาฟัง ไม่มีคนมาฟังการชุมนุมถ้ามันไม่จริง
Q: แล้วทั้งหมดที่มันควรเกิดขึ้นแต่ไม่เกิดเพราะอะไร?
A: เพราะคนส่วนใหญ่ยังคงหูเบา เชื่อคนง่าย ไม่มีเงิน(ยากจน) ที่สำคัญ ไม่มีความรู้
Q: เราจะแก้ปัญหาได้อย่างไร?
A: วางรากฐานการศึกษา รวมถึงการเรียนรู้ที่ดีและมีประสิทธิภาพให้กับสังคมไทย"อย่างทั้วถึง(เน้นๆ)"
Q: การวางระบบนี้มันจะเกิดได้อย่างไร?
A: ต้องมีรัฐบาลที่ดีและเห็นความสำคัญ
อ่าว? วนซะงั้น
.
.
ถ้าเป็นผม สิ่งที่ผมจะทำและอยากให้ทุกๆควรช่วยกันทำให้ได้
คือ
เราต้องพยายามเริ่มต้นจากตัวเราเองและคนรอบข้าง
ให้ช่วยกันพยายามทำความดี(รวมทั้งเรียนเป็นสิ่งสำคัญ)
และประโยชน์ให้เกิดขึ้นแก่ตัวเราเองและสังคม
เท่าที่จะทำได้
เราทำความดีอะไรได้ก็ทำ รวมถึงเผยแพร่และขยายต่อๆไป
เราทำอะไรให้สังคมได้ในตอนนี้ก็ทำ รวมถึงเผยแพร่และขยายต่อๆไป
เมื่อคนไทยต่างคนต่างทำแต่สิ่งดีๆ
เมื่อคนไทยต่างช่วยกันพัฒนาการศึกษาที่ส่งผลต่อสังคม
เมื่อที่คนไทยทุกๆคนมีความรู้
เมื่อที่คนไทยทุกๆคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
.
เมื่อนั้นใบไม้ทุกใบในประเทศไทย
จะค่อยๆพลิกจนพลิกผืนแผ่นดินไทยนี้จนได้
.
อาจจะดูว่านาน
แต่มันเป็นเพียงสิ่งเดียวที่เราสามารถทำได้ในตอนนี้
อย่างสันติและไม่ส่งผลเสียต่อผู้อื่น
และถ้าทุกๆคนช่วยกัน มันต้องเป็นจริงซักวันหนึ่ง
.
.
.
ผมเชื่อว่าอย่างนั้น
และผมหวังว่าวันนั้นจะมาถึงในยุคที่ผมยังมีชีวิตอยู่
(,")(",)


ป.ล. ยินดีรับทุกความคิดเห็นที่เห็นด้วยและแตกต่างครับ ^______^